Friday September 22 , 2017
Text Size
   

สร้างเสียงด้วยไฟล์ลักษณะต่างๆ กัน

ครั้งนี้ผมจะพาไปรู้จักลักษณะของไฟล์เสียงแต่ละไฟล์กัน โดยเริ่มต้นที่ Glossary Link MP3 ไฟล์เสียงที่ฮอตที่สุดในศตวรรษนี้ พร้อมทั้งไฟล์ Glossary Link WMA ไฟล์เสียงที่ไมโครซอฟท์ได้ประดิษฐ์ขึ้น ไฟล์ Glossary Link WAV ไฟล์คุณภาพสูง RealAudio ไฟล์เสียงที่ต้องการพื้นที่ในการดาวน์โหลดข้อมูลสูง และไฟล์ Glossary Link MIDI ไฟล์เสียงแบบสุดท้ายที่จะมาแนะนำกัน

ความแตกต่างระหว่างไฟล์เพลงต่างๆ ที่ทุกคนใช้งานอยู่นั้น จุดสำคัญก็อยู่ที่ขนาดของไฟล์ ที่มีลักษณะไม่เหมือนกัน ความใหญ่โตของไฟล์เพลงนั้น ทำให้คุณภาพของเสียงแต่ละอย่างดีขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้าไฟล์เพลงนั้นมีขนาดที่ใหญ่เกินไป ก็ทำให้การบรรจุเพลงแต่ละเพลงลงในพื้นที่ที่ต้องจัดเก็บนั้น ก็ย่อมน้อยลงตามไปด้วย จึงทำให้มีผู้คิดค้นไฟล์เพลงที่มีลักษณะต่างๆ ให้ใช้งาน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันทีละอย่างกันเลยดีกว่าครับ

MP3 ไฟล์เสียงที่ฮอตสุดๆ

MP3 ต้องถือว่าเป็นระบบเสียงฮอตฮิตสุดๆ ตอนนี้ เพราะเป็นระบบที่มีการแปลงไฟล์จากโปรแกรมให้เป็น MP3 ได้ง่าย พร้อมทั้งยังสามารถดาวน์โหลดไฟล์เสียง MP3 มาใส่ไว้ในเครื่องคอมพ์ได้ง่ายอีกด้วย และยังสามารถหาไฟล์เพลงที่เป็น MP3 ง่ายๆ จากในอินเทอร์เน็ต สำหรับระบบของไฟล์ MP3 จะมีด้วยกันอยู่ 3 รูปแบบที่เป็น 10:1, 17:1 และ 70:1 ซึ่งสามารถบันทึกเสียงให้เป็นระบบ 64 Kbps หรือต่ำกว่านั้น โดยมีคุณภาพของเสียงอยู่ที่ 320Kbps

สำหรับใครที่ใช้โปรแกรม Musicmatch Jukebox ฟังเพลง MP3 ที่มีขนาด 2.8 เมกะไบต์ เพลงที่ฟังมีความยาวประมาณ 3 นาที จะพบว่ามีอัตราของเสียงอยู่ที่ 128Kbps

Windows Media Audio ไฟล์เสียงจากไมโครซอฟท์

สำหรับไฟล์เสียงประเภทนี้มีนามสกุลว่า .WMA จะเป็นไฟล์ที่มีลักษณะเล็กกว่าไฟล์จาก MP3 แต่โม้ไว้ว่ามีคุณภาพเสียงดีกว่าไฟล์ MP3 เพราะว่าคุณภาพของเสียงและขนาดของไฟล์ WMA จะมีขนาดเล็กกว่า แต่ได้เสียงที่ดีกว่า โดยมีการเทียบกันที่คุณภาพของเสียงที่ 64 Kbps จะยังมีคุณภาพที่ดีกว่า 128 Kbps ของไฟล์ MP3 เสียด้วย อีกทั้งยังมีขนาดเล็กกว่ามาก นอกจากนี้ไฟล์ของ WMA ยังเป็นไฟล์ที่ฟังเพลงได้ถูกต้องตามลิขสิทธิ์อีกด้วย เพราะคนที่จะแปลงไฟล์เป็น WMA นั้น จะต้องทำให้ถูกต้องตามมาตรฐาน SDMI (Sercure Digital Music Initiative) ที่ทางไมโครซอฟท์ได้ทำร่วมกับบริษัทอื่นๆ

WAV เสียงดีแต่ตัวใหญ่

มาถึงไฟล์ WAV เสียงดีแต่ตัวใหญ่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะไฟล์ออดิโอที่ออกมานั้น ไม่มีการบีบอัดข้อมูลเลย ทำให้ไฟล์ที่ได้ย่อมมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย แต่ไฟล์เพลงที่ออกมานั้น เมื่อไม่มีการบีบอัดเพลง ก็ย่อมได้เสียงที่มีคุณภาพดีกว่าอย่างอื่นๆ ประมาณว่าถ้าคุณฟังเพลง 1 นาที ไฟล์ออดิโอที่ฟังอยู่นั้น จะมีขนาดมากถึง 10 เมกะไบต์ ลองคิดๆ ดูว่า ปกติแล้วเราฟังเพลงที่มีขนาด 3 นาที ก็มีขนาดมากถึง 31 เมกะไบต์ขึ้นไป นึกๆ ดูแล้วกันว่าซีดีปกติที่เราใช้ฟังเพลงนั้น ถ้าต้องจุเพลงที่เป็น WAV จะจุได้สักกี่เพลงเอง เมื่อเทียบกับ MP3 ที่สามารถจุเพลงได้มากมาย ทำให้ความนิยมในการฟังเพลงที่เป็น WAV หายไป ถ้าไม่ใช่คอเพลงอย่างแท้จริง ก็คงไม่เลือกฟังหรอกครับ ..ไฟล์ WAV ที่ฟังอยู่นั้น เป็นไฟล์ที่ผลิตขึ้นจากผลงานของบริษัทแอปเปิลครับ

Comments this ware

Your Like a software?

Comments this ware
Login with Facebook

Who's Online

We have 163 guests online

Sponsored Links

mp3.com aimp.ru winamp.com windowsmedia quicktime itunes real Quinnware thaiware palthai