Sunday December 17 , 2017
Text Size
   

ไฟล์เสียงทำงานอย่างไร

ไม่เพียงแค่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อย่างการ์ดเสียง ลำโพง หรือแม้กระทั่งไดรฟ์ซีดีรอม ได้กลายเป็นอุปกรณ์สำหรับการฟังเพลงเท่านั้น ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่กลายเป็นส่วนสำคัญของนักฟังเพลงทั้งหลาย น่าจะให้ความใส่ใจ นั่นคือฟอร์แมตของเสียง ซึ่งมีให้เลือกฟังมากมาย ทั้ง Glossary Link WMA, Glossary Link MP3, MJF, RA, RM, Glossary Link WAV, Glossary Link MIDI เพราะแต่ละอย่างก็จะมีวิธีการบีบอัดเสียงที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งยังได้เสียงที่มีลักษณะที่แตกต่างกันด้วย ทำให้นักฟังเพลงที่ต้องการเสียงภาพที่คุณภาพ คงต้องเลือกหาฟอร์แมตเสียงที่ชื่นชอบแตกต่างกันไปด้วย

สำหรับระบบเสียงดิจิตอลที่ถูกคิดค้นขึ้นมานั้น เกิดขึ้นจากโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการสร้างสรรค์เสียงเพลงใช้กับคอมพิวเตอร์ ให้มีลักษณะการทำงานเป็นดิจิตอล เพราะในอดีตนั้นเสียงเพลงที่เราฟังอยู่ในวิทยุ จะมีลักษณะการทำงานที่เป็นอนาล็อก ที่เป็นเช่นนี้คุณภาพของเสียงที่เป็นดิจิตอล จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า นอกจากนี้ยังได้คุณภาพที่หลากหลายตามไปด้วย เช่น อยากได้เสียงเอฟเฟ็กต์ เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ก็สามารถสร้างสรรค์ได้จากระบบที่เป็นดิจิตอล หรือใครที่ต้องการสร้างเสียงเพลงผ่านออนไลน์ ก็สามารถใช้ระบบของดิจิตอลเข้ามาช่วยสร้างสรรค์ได้ด้วย

ชนิดของไฟล์เสียง

สำหรับฟอร์แมตเสียง ที่สามารถแบ่งแยกออกได้นั้น เริ่มต้นจากฟอร์แมตของไฟล์ MP3 หรือ MPEG-3 (Moving Pictures Expert Group, Audio Layer3) ซึ่งเป็นไฟล์ที่สามารถเรียกฟังจากซอฟต์แวร์ชื่อดังที่เล่นไฟล์ MP3 ได้ง่าย ซึ่งตอนนี้มีหลายโปรแกรมกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง

ส่วนไฟล์ที่สามารถเรียกฟังจาก RealAudio หรือ Glossary Link QuickTime นั้น จะแตกต่างจากไฟล์ MP3 อย่างมาก เพราะไฟล์ MP3 นั้นสามารถเก็บหรือดาวน์โหลดมาฟังบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้เลย ส่วนถ้าเป็นไฟล์ของ RealAudio หรือ QuickTime นั้น จะเป็นไฟล์ที่ต้องเรียกจากบัฟเฟอร์ของโปรแกรม ซึ่งจะเก็บข้อมูลบางส่วนไว้กับส่วนสำรองข้อมูลภายในเครื่อง เมื่อต้องการเรียกฟัง อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย ถึงจะมีการเรียกฟังเพลงนั้นได้ ส่วนถ้าใครต้องการเก็บไฟล์เพลงที่เป็นลักษณะนี้ เรียกได้ว่าลำบากหน่อย ถึงจะสามารถเก็บเพลงนั้นได้สมบูรณ์ครบถ้วนทั้งเพลง นอกจากนั้นบางช่วงที่ฟังเพลงอยู่นั้น ไฟล์เพลงที่มีลักษณะนี้จะไม่ค่อยปะติดปะต่อเท่าไหร่นัก แต่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียเท่านั้น ข้อดีจะอยู่ที่ไม่สิ้นเปลื้องฮาร์ดดิสก์ เมื่อฟังเพลงจบ เพลงนั้นก็จะถูกลบทิ้งโดยปริยายทันที

ฟังเพลงจากอินเทอร์เน็ต

ส่วนฟอร์แมตของไฟล์ที่มีลักษณะเช่นนี้ จะนิยมใช้ในการฟังเพลงบนอินเทอร์เน็ตกันมาก เพราะมีขนาดเล็ก สามารถเลือกฟังได้ง่าย แต่ก็ยังทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่ของอินเทอร์เน็ตด้วย เพราะการใช้งานนั้นตัวเซิร์ฟเวอร์จะเริ่มจากการส่งสัญญาณข้อมูลและเสียงมา ยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนจำนวนหนึ่ง โปรแกรมเหล่านั้นก็จะเริ่มเล่นให้ฟัง ซึ่งช่วงที่มีการส่งข้อมูลไปมานั้น ไฟล์ออดิโอที่ถูกบีบอัดจะมีลักษณะเสียงที่อยู่เหนือหรือต่ำกว่าระดับเสียง ของหูที่เราได้ยินได้ฟังกัน ทำให้ขณะที่มีการส่งข้อมูลนั้นไม่สามารถฟังเพลงได้

การบีบอัดเสียง

หลายคนกำลังสงสัยว่า การบีบอัดเสียงนั้นมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งแต่ละฟอร์แมตไฟล์ก็จะมีวิธีการที่แตกต่าง เพราะบางไฟล์อาจจะใช้วิธีบีบอัดเสียงอยู่ระหว่าง 10:1 หรือ 17:1 หรือบางไฟล์อาจจะมากกว่านั้นก็เป็นไปได้ ซึ่งถ้าเราฟังเสียงเพลงจากฟอร์แมตไฟล์ที่เป็น WAV นั้น บางเพลงอาจจะมีขนาดไฟล์ 50 เมกะไบต์ แต่ถ้าเราเลือกฟังเสียงเพลงจากเพลงเดียวกันในไฟล์ MP3, WMA หรือ MJF จะมีขนาดเพียง 5 เมกะไบต์เท่านั้น ซึ่งจะมีวิธีการบีบอัดของแต่ละไฟล์อย่างไร จะมีการอธิบายอีกครั้งในชนิดของแต่ละฟอร์แมต

Comments this ware

Your Like a software?

Comments this ware
Login with Facebook

Who's Online

We have 617 guests online

Sponsored Links

mp3.com aimp.ru winamp.com windowsmedia quicktime itunes real Quinnware thaiware palthai